MT4 และ MT5 มีพื้นฐานจากตระกูล MetaTrader เดียวกัน แต่ MT5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดที่หลากหลายมากขึ้นและมีเครื่องมือที่ล้ำสมัยกว่า ด้านล่างคือรายละเอียดของความแตกต่างหลัก:
คุณสมบัติ | MT4 | MT5 |
เครื่องมือการเทรดหลัก | • ออกแบบมาเป็นหลักสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ | • รองรับเครื่องมือการเทรดที่หลากหลายกว่า รวมถึงฟอเร็กซ์ หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และฟิวเจอร์ส |
ประเภทคำสั่งและการดำเนินคำสั่ง | • รองรับคำสั่งรอดำเนินการ 4 ประเภท: Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop | • เพิ่มประเภทคำสั่งรอดำเนินการ (เพิ่ม Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit) |
กรอบเวลาและการวิเคราะห์ทางเทคนิค | มีกรอบเวลาให้เลือก 9 กรอบสำหรับกราฟ ตั้งแต่ 1 นาที ถึง 1 เดือน พร้อมอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคในตัว 30 รายการ และวัตถุวิเคราะห์ตลาด 24 รายการ | มีกรอบเวลาให้เลือกสูงสุด 21 กรอบสำหรับกราฟ รวมถึงกรอบเวลาระหว่างกลาง เช่น 2 นาที และ 4 ชั่วโมง ช่วยให้การวิเคราะห์ตลาดมีความละเอียดมากขึ้น |
ค่าธรรมเนียม Swap | ใช้การคิด Swap แบบ 3 วันในวันพุธ รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งหมายความว่าเทรดเดอร์อาจต้องรับภาระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับสถานะที่ถือข้ามสัปดาห์ | คิด Swap รายวัน รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วยให้เข้าใจต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการถือสถานะข้ามคืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น |
ปฏิทินเศรษฐกิจ | ไม่มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัว เทรดเดอร์จำเป็นต้องใช้แหล่งข้อมูลภายนอกเพื่อติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์ต่าง ๆ | มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัวที่ให้ข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในตลาด ช่วยให้เทรดเดอร์รับรู้ข้อมูลและเตรียมรับมือกับความผันผวนของตลาด |
จำนวนหลักทศนิยมของราคา | รองรับการแสดงราคาสูงสุด 5 หลัก ซึ่งอาจจำกัดความแม่นยำสำหรับกลยุทธ์การเทรดบางประเภท | รองรับความแม่นยำของราคาที่สูงขึ้น โดยสามารถแสดงราคาได้ถึง 6 หลักหรือมากกว่า ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักเทรดสายสเกลป์และเดย์เทรดเดอร์ |
Depth of Market (DOM) | ไม่มีฟีเจอร์ Depth of Market ทำให้ขาดข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับสภาพคล่องของตลาดและการไหลของคำสั่ง | มีฟีเจอร์ Depth of Market ที่ช่วยให้เห็นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอุปทานและอุปสงค์ในระดับราคาที่แตกต่างกัน |